[One shot fiction] 7 sins.

posted on 10 Sep 2011 21:53 by exoclus

มืดมน...

 

เย็นเยียบ...

 

เงียบสงัด...

...

 

ชายหนุ่มลืมตาขึ้น ยันตัวขึ้นในท่านั่ง คลำสำรวจร่างกายตนเอง...

 

เสื้อแจ๊กเก็ตตัวหนาเป็นรอยขาดหลุดลุ่ยที่ข้อศอก กางเกงยีนส์ที่เดิมมีรูเล็กๆ ที่หัวเข่าก็ฉีกกว้างขึ้น...

 

แต่เมื่อล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ผิวสัมผัสของโลหะเย็นๆ ยังทำให้อุ่นใจ...

 

กระเป๋ากางเกงก็ยังมีเจ้าเครื่องสื่อสารเครื่องน้อยอยู่ แม้หน้าจอจะฟ้องว่าไม่มีสัญญาณ แต่ปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือก็ยังอยู่ในระดับที่พอพึ่งพาได้...

 

ยัน ตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล โดยอาศัยแสงเรืองจากหน้าจอต่างไฟฉาย เขาจึงพบว่าเขาอยู่ในท่อ... ไม่สิ เหมือนบ่อแคบๆ ที่สร้างด้วยท่อซีเมนต์ พื้นและผนังเคลือบไปด้วยคราบตะไคร่แห้งๆ เหมือนที่นี่เคยมีน้ำขังอยู่เมื่อนานมาแล้ว...

 

แต่มองขึ้นไป กลับไม่พบแสงสว่าง เขาชูหน้าจอเล็กๆ ขึ้นสุดแขน พยายามส่องแสงสว่างเรืองๆ ไปให้ไกลที่สุด แต่กลับพบแต่ความมืดมิด...

 

ถอนหายใจยาว หันมองไปรอบตัว แล้วก็เลิกคิ้วนิดๆ อย่างแปลกใจ ที่ด้านหลังทางซ้าย มีอุโมงค์... ไม่สิ เหมือนท่ออีกท่อที่ใหญ่กว่า วางเป็นแนวนอน เขาเพ่งสายตามองตามแสงเรืองจากหน้าจอไป พบว่าท่อส่วนที่เขามองเห็นนั้น ยาวแค่ไม่กี่ก้าว แล้วก็หักขวา และหายลับไปจากสายตา...

 

มองขึ้นไปอีกรอบ แล้วหันมามองที่อีกท่อ เขาถอนใจอีกรอบ และก้าวช้าๆ ไปตามท่อใหญ่ ที่มีสภาพไม่ต่างกันกับท่อเล็ก เต็มไปด้วยคราบตะไคร่ และกลิ่นอับจางๆ ดูว่างเปล่าและเงียบงัน...

 

แต่บางอย่าง... อาจจะเป็นสัญชาตญาณ เตือนให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย เขาหยุดยืนพิงผนังท่อ ดึงอาวุธคู่ใจออกมาจากกระเป๋าแจ๊คเก็ต ตรวจสภาพและกระชับไว้ในมือ ก่อนจะชูหน้าจอที่มีแสงเรืองออกเดินต่อไป...

 

หลังจากเดินไปได้สักครู่ ก็สังเกตว่าท่อใหญ่นี้ไม่มีทางแยกอื่นเลย มีเพียงทางเดียวที่คดเคี้ยวเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วอย่างกังวลใจ และเก็บเครื่องสื่อสารเครื่องน้อยลงไปในกระเป๋า หลังจากทุกอย่างกลับมามืดสนิทอีกครั้ง ชายหนุ่มก็ยืนปรับสายตาให้เข้ากับความมืดอีกอึดใจใหญ่ๆ ก่อนจะค่อยเดินต่อโดนใช้แขนข้างหนึ่งคลำผนังไป...

 

หลังจาก ผ่านหัวเลี้ยวที่ดูเหมือนจะเป็นเลี้ยวที่หักศอกมากที่สุด เขาหรี่ตาลงเมื่อมีแสงจางๆ ที่ส่องกระทบผนังที่บริเวณเลี้ยวถัดไป ห่างไปไม่กี่สิบเมตร ชายหนุ่มค่อยๆ ย่องๆ แนบหลังกับผนังท่อ และยื่นหน้าไปมองอีกด้าน พบบันไดคอนกรีตเป็นทางเดินขึ้นไป...

 

ที่ทางเดินขึ้นบันไดมีหลอดนีออนติดให้ความสว่างเป็นระยะๆ เขาเดินช้าๆ ขึ้นไป ทีละขั้นอย่างใจเย็น โลหะหนักๆ ที่ถ่วงมือข้างหนึ่งไว้เหมือนกำลังกระซิบบอกเขาว่า "ไป เราจะไปด้วยกัน"...

 

สุดบันได มีระเบียงทางเดินยาวที่สว่างไสวด้วยแสงสีขาวจ้าจากหลอดนีออน เรียงรายไปด้วยประตูมากมายทั้งสองฝั่ง แต่มีเพียงประตูบานเดียวที่เปิดแง้มไว้ ประตูบานที่สองทางขวาด้านตรงข้าม แสงสีส้มสาดผ่านธรณีประตูลงบนพื้นทางเดิน มีเสียงความเคลื่อนไหวดังจากด้านใน เขายัดมือข้างซ้ายลงไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต และเดินไปเคาะบานประตูที่เปิดแง้มบานนั้น...

 

"เชิญ" เสียงเย็นชาที่คุ้นหูสุดๆ ดังจากในห้อง แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไร อึดใจต่อมาประตูก็เปิดออก...

 

ตัวเขาอีกคน... ไม่สิชายหนุ่มที่ดูเหมือนกับเขามาก ยืนแสยะยิ้มที่อีกด้านหนึ่งของประตู และชักมีดพร้อมกับพุ่งเข้าหา แต่เขาเร็วกว่า มือที่กุมด้ามมีดถูกจับฟาดกับขอบแข็งๆ ของบานประตู และหล่นลงไปที่พื้น เขากดคอชายคนนั้นไว้พร้อมกับพยายามเตะมีดออกไป แต่กลับถูกเข่าหนาๆ พุ่งเข้ากลางหน้าท้อง เขากัดฟันพลางจับไหล่ชายคนนั้นเหวี่ยงให้หัวไปกระแทกกับผนังแข็งๆ แล้วรีบกดเข่าทับตัวไว้พลางชักปืนพกออกจากกระเป๋าและจ่อที่หน้าอก

 

"แกเป็นใคร?" เสียงสั่นปนหอบนั่นเป็นเสียงของเขาเอง

 

"ก็คือตัวแก" กรามที่ขบแน่นด้วยความเจ็บปวดของชายคนนั้นกลับแสยะรอยยิ้มเหยียดออกมา

 

 

"..."

 

"แก ฆ่าฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันคือตัวแก ฉันต่างหากที่ฆ่าแกได้" รอยยิ้มแสยะพร้อมคำพูดหยามเหยียดพ่นออกมาจากผู้ที่โดนกดทับตัวด้วยเข่า และถูกจ่อหน้าอกด้วยปืน

 

"..."

 

"ฉันก็คือ[อัตตา]ของแกไง" เสียงหายใจหอบของชายคนนั้นแผ่วลง และเริ่มพยายามดิ้นขัดขืน แต่สัญชาตญาณบอกให้เขาลั่นไกทันที

 

ปัง!

 

เขาลุกยืนขึ้น ยกเท้าเขี่ยร่างไร้วิญญาณกลับเข้าไปในประตูห้องที่ยังเปิดอยู่ ปิดประตูดังปัง แล้วยืนพิงผนังหน้าห้องอย่างหมดแรง...

 

อึดใจต่อมา ประตูที่เหลือทุกบานในระเบียงทางเดินก็เปิดออก และชายหนุ่มที่เหมือนตัวเขาอีกหลายคนก็เดินออกมาจากห้อง บ้างยื่นหน้าชะโงกออกมาดูระเบียง ก่อนจะเดินตามออกมาเงียบๆ ...

 

เขา สังเกตว่าคนกลุ่มนี้ถึงจะดูเหมือนตัวเขามากก็จริง แต่ก็มีบุคลิกต่างกัน คนหนึ่งดูอ้วนกว่าเขาสักสิบกิโล คนหนึ่งดูตาปรือเหมือนหมดแรงตลอดเวลา และคนหนึ่งทำหน้าเครียดมากๆ แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร คนที่ดูมีเล่ห์เหลี่ยมที่สุดก็พูดทำลายความเงียบขึ้นมาว่า

 

"ลืมบอกไป พวกเรายังเหลืออีก 6 คน... "

 

[One shot fiction] 7 sins. [End]

 

ไม่เหมาะสำหรับคนไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ แต่เอาไว้อ่านตอนว่างๆ ก็ได้ครับ =w= //ไม่ได้เขียนเรื่องแนวนี้อีกเลยตั้งแต่เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย สำนวนกับการดำเนินเรื่องห่วยลงเยอะ =w="

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet